เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย

การขยายผลโครงการ จำนวนโครงการเพื่อสังคมในปี 2568 เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีฐาน (2563) สะท้อนถึงการขยายขอบเขตการดูแลสังคมที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น
กลยุทธ์ (Creating Shared Value: CSV) ประสบความสำเร็จในการริเริ่มโครงการสร้างสรรค์คุณค่าธุรกิจคู่สังคม (Creating Shared Value: CSV) อย่างน้อย 2 โครงการต่อปี เพื่อเปลี่ยนจากการบริจาคแบบครั้งคราวเป็นการสร้างผลกระทบทางสังคมที่วัดผลได้และยั่งยืน

ผลการดำเนินงานในปี 2568

กิจกรรมเพื่อชุมชนและสังคม เพิ่มขึ้น
ร้อยละ 20
ภายในปี 2568 เทียบกับปีฐาน 2563
โครงการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมทางธุรกิจ (Creating Shared Value: CSV) จำนวน
2 เรื่อง

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ทำให้ชุมชนมีความต้องการด้านการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการเข้าถึงบริการทางการแพทย์เพิ่มสูงขึ้น

ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้และบริการด้านสุขภาพของประชาชนในบางพื้นที่ เป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการแก้ไขอย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกัน โรงพยาบาลสามารถใช้ความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เป็นกลไกสำคัญในการสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรกับสังคมในระยะยาว

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

กลยุทธ์การสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน

บริษัทฯ ใช้ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์และนวัตกรรมดิจิทัลขับเคลื่อนการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม ผ่าน 2 กลไกหลัก

การส่งเสริมการเข้าถึงระบบคัดกรองสุขภาพ

ดำเนินโครงการลงพื้นที่ตรวจสุขภาพนอกสถานที่กว่า 29 โครงการ เพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงการประเมินสุขภาพเบื้องต้น และให้คำแนะนำในการดูแลตนเองเชิงป้องกัน (Preventive Care) อย่างเหมาะสม

การถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน

จัดอบรมให้ความรู้เฉพาะทางโดยทีมแพทย์และบุคลากรผู้ชำนาญการรวม 35 โครงการ ครอบคลุมผู้รับประโยชน์กว่า 3,049 คน ทั้งในรูปแบบการจัดกิจกรรมในพื้นที่ (Onsite) และการใช้สื่อดิจิทัล (Online) เพื่อกระจายความรู้สู่สาธารณะในวงกว้าง


การสร้างคุณค่าร่วมและการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์มาประยุกต์ใช้

บริษัทฯ ได้ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาโมเดลการดูแลสุขภาพรูปแบบใหม่ที่สร้างความไว้วางใจ (Trust) จากชุมชนรอบข้าง การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยในสังคม แต่ยังเป็นการลดความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นจากการขาดแคลนทรัพยากรบุคคลและสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในระยะยาว ตามแนวทางของ IFRS Sustainability Disclosure Standards กล่าวคือ

ความมั่นคงทางสุขภาพ (Health Security) และการขยายฐานพันธมิตรการสร้าง Health Literacy

ในชุมชนช่วยลดความแออัดของเคสที่ไม่ซับซ้อนในโรงพยาบาล ทำให้บริษัท สามารถบริหารจัดการทรัพยากร (Resource Optimization) เพื่อรองรับผู้ป่วยกลุ่มโรคซับซ้อน (Complex Cases) ที่มีอัตรากำไร (Margin) สูงกว่าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยหากเปรียบเทียบกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของปี 2568 เท่ากับร้อยละ 36.6 สูงกว่าปี 2567 เท่ากับร้อยละ 34.3

ความไว้วางใจและมูลค่าของแบรนด์

ความเชื่อมั่นจากสังคมส่งผลโดยตรงต่อการลดต้นทุนการแสวงหาลูกค้า (Customer Acquisition Cost: CAC) เนื่องจากแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจะมีอัตราการบอกต่อและการกลับมาใช้บริการซ้ำสูง ผลจากการดำเนินการดังกล่าวทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัล Thailand's Most Admired Company 2025-2026 จากนิตยสาร Brand Age เป็นโรงพยาบาลที่มีภาพลักษณ์น่าเชื่อถือสูงสุด ในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน ได้คะแนนรวม 7.23 คะแนน

การบริหารความเสี่ยงและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

การดำเนินกิจกรรมที่ยั่งยืนช่วยลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้ากับข้อร้องเรียน (Legal & Reputational Risk) และเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุนที่ใช้เกณฑ์ ESG ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ (ESG Integration) โดยบริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับ AAA ในการประเมิน SET ESG Ratings ทั้งในปี 2567 และ 2568 ส่งผลให้บริษัทฯ เป็นส่วนหนึ่งในกองทุนลดหย่อนภาษี Thai ESG Fund ตามนโยบายของภาครัฐ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีดอกเบี้ยต่ำ เช่น Sustainability Bond หรือการกู้เงินประเภท Sustainability-Linked Loan ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย


การประเมินผลกระทบทางสังคม

บริษัท ได้มีการประเมินผลกระทบทางสังคม (Social Impact Assessment) จากผู้มีส่วนได้เสียสำคัญ นำข้อกังวล/ ผลกระทบเชิงลบในปัจจุบัน และอนาคต พิจารณาเลือกการวัดผลลัพธ์ ทางสังคม การประเมินผลตอบแทนทางสังคม จากการลงทุน (Social Return on Investment) มาจัดทำแผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน แผนการดำเนินการ และ ตัวชี้วัดเพื่อลดกระทบเชิงลบ จากการดำเนินการของบริษัท เพื่อมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคม ปี 2568 บริษัทได้ทำ โครงการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมทางธุรกิจ (Creating Shared Value: CSV) จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่

HAPPY KIDNEY: ไตดีมีสุข (กิจกรรม "ไตใหม่ ชีวิตใหม่")

โรงพยาบาลพระรามเก้าเป็นผู้นำด้านการให้บริการทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและยั่งยืน และเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดปลูกถ่ายไตมากที่สุดในประเทศไทย โดยสถาบันโรคไตและเปลี่ยนไตของโรงพยาบาลพระรามเก้า ได้ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายไตไปแล้วกว่า 1,461 ราย ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคไต โรงพยาบาลได้พัฒนาโครงการ "ไตใหม่ ชีวิตใหม่" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Creating Shared Value (CSV) ที่เชื่อมโยงความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพระรามเก้าเข้ากับความต้องการของสังคม ที่มีปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยการขยายโอกาสการรักษา การเข้าถึงการบริการไปยังพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมผ่านการให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไต ด้วยการให้ความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคไต การเปลี่ยนไต การดูแลผู้ป่วยโรคไต ทั้งก่อนและหลังเปลี่ยนไต รวมถึง แนวทางการรักษาที่เหมาะสม กับ ทีมบุคลากรทางการแพทย์ และ ประชาชนทั่วไป โดยร่วมมือกับมูลนิธิก้าวทันโรค และ พันธมิตรโรงพยาบาลในเครือข่าย เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ พร้อมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคไต

วัตถุประสงค์ของโครงการ

วัตถุประสงค์เชิงธุรกิจ

เพื่อขยายฐานผู้ป่วยในกลุ่มโรคเฉพาะทาง เสริมสร้างภาพลักษณ์ผู้นำด้านการรักษาโรคไต และเพิ่มรายได้จากการให้บริการรักษาแบบครบวงจร

วัตถุประสงค์เชิงสังคม

เพื่อกระจายโอกาสการเข้าถึงการรักษาขั้นสูง (Decentralizing Specialized Care) ไปสู่ภูมิภาคไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแพทย์เฉพาะทาง (Reducing Inequality in Healthcare Access) สำหรับคนในต่างจังหวัด โดยการให้ความรู้เชิงป้องกันและแนวทางการรักษาที่ถูกต้องแก่ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ในภูมิภาค ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึง ลดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยไตเรื้อรัง

กลยุทธ์และแนวทางดำเนินโครงการ

การพัฒนาบริการทางการแพทย์ที่เข้าถึงง่าย

ขยายโครงการตรวจคัดกรองโรคไตในชุมชน

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ

ทำงานร่วมกับเครือข่าย รพ.พันธมิตรเพื่อให้การสนับสนุนองค์ความรู้

การดำเนินงาน

ในปี 2568 โรงพยาบาลได้จัดกิจกรรมสัมมนาให้อบรมบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับโรคไต รวม 2 ครั้ง ในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่

HAPPY MONK: สงฆ์มีสุข

โครงการ "HAPPY MONK: สงฆ์มีสุข" เป็นโครงการสร้างสรรค์คุณค่าร่วมทางธุรกิจ (Creating Shared Value: CSV) ของโรงพยาบาลพระรามเก้า ที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพของพระสงฆ์ในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดการกับกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) หรือ non-communicable diseases เป็นกลุ่มโรคที่ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคไตวายเรื้อรัง ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต และพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม

จากข้อมูลการสำรวจสุขภาพพระสงฆ์ พบว่าพระสงฆ์ส่วนใหญ่อาพาธด้วยกลุ่มโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุจากเชื้อโรค พบว่า กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) 4 โรค ที่คุกคามสุขภาพพระสงฆ์และสามเณร ซึ่งพบว่าป่วยมากที่สุด คือ เบาหวาน ,ความดันโลหิตสูง ,ไขมันในเลือดสูง และหัวใจขาดเลือด ซึ่งสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง โดยมักจะบริโภคอาหารรสจัดประเภทหวาน มัน เค็ม และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ไม่สามารถเลือกฉันได้ รับแต่อาหารที่ได้รับจากการบิณฑบาต และข้อจำกัดทางด้านการออกกำลังกาย

โรงพยาบาลพระรามเก้า จึงได้จัดกิจกรรมโครงการ "HAPPY MONK: สงฆ์มีสุข" เพื่อไปตรวจสุขภาพพระสงฆ์ที่อยู่ในชุมชนวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก โดยให้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พยาบาล นักโภชนาการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมการตรวจสุขภาพให้พระสงฆ์โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และให้ความรู้ทางโภชนาการเพื่อให้พระสงฆ์บริโภคอาหารได้อย่างถูกต้อง

วัตถุประสงค์ของโครงการ
ผลการดำเนินงาน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน
พนักงาน
ผู้รับบริการ
ผู้รับบริการ
ชุมชนและสังคม
ชุมชนและสังคม

โครงการและกิจกรรม