การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
*การปรับปรุงเป้าหมาย Net Zero
เป้าหมาย Net Zero Emissions ที่เปิดเผยในแบบ 56-1 One Report ประจำปี 2568 ระบุปีเป้าหมายไว้ที่ พ.ศ. 2608 (ค.ศ. 2065) ซึ่งเป็นข้อมูลที่เปิดเผยตามกรอบการรายงาน ณ รอบระยะเวลาการจัดทำรายงานดังกล่าว ภายหลังการเผยแพร่รายงาน คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการปรับปรุงเป้าหมาย Net Zero Emissions ของบริษัท โดยเลื่อนปีเป้าหมายขึ้นมาเป็น พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ และยกระดับความมุ่งมั่นของบริษัทในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นโรงพยาบาลคาร์บอนต่ำ บริษัทจะทยอยปรับปรุงแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มาตรการด้านพลังงานสะอาด ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง และ การเปิดเผยข้อมูลบนเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายใหม่ดังกล่าว โดยจะสะท้อนการปรับปรุงเป้าหมายนี้อย่างเป็นทางการในแบบ 56-1 One Report ประจำปี 2569
ผลการดำเนินงานในปี 2568
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
ภายใต้ความท้าทายดังกล่าว บริษัทเล็งเห็นโอกาสในการยกระดับมาตรฐานการดูแลสุขภาพสู่รูปแบบ "Smart and Green Hospital" เพื่อมุ่งสู่การเป็นสถานพยาบาลที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนควบคู่กัน
นวัตกรรมเพื่อสุขภาพ
การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
ความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทได้กำหนดให้มีผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่มีต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท (Outside-in) อาทิ ความเสี่ยงด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน ความต่อเนื่องในการให้บริการ และต้นทุนจากกฎระเบียบคาร์บอน ควบคู่กับ การจัดการผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (Inside-out) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ครอบคลุม Scope 1, 2 และ 3 ตลอดห่วงโซ่คุณค่าอย่างเป็นระบบ
บริษัทเชื่อมั่นว่าการมีสุขภาพที่ดีของประชาชนเริ่มต้นจากระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน จึงบูรณาการแนวคิด “Low Carbon Healthcare” เป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอองค์กร โดยมิได้มองการจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเพียงความรับผิดชอบด้าน ESG หากแต่เป็น “พันธกิจเชิงกลยุทธ์” ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการธำรงอยู่ของสังคม ความมั่นคงด้านสุขภาพ และคุณภาพชีวิตของคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต
บริษัทมุ่งก้าวสู่การเป็นโรงพยาบาลที่เติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสภาพภูมิอากาศ และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ จึงได้นำกรอบของ Task Force on Climate-related Financial Disclosures (TCFD) และ IFRS S2 มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์เชิงสถานการณ์ (Scenario Analysis) การประเมินความเสี่ยงและแสวงหาโอกาส การกำหนดกลยุทธ์ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศอย่างโปร่งใส โดยเชื่อมโยงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับมิติทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปตามมาตรฐานสากล
การบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศ
บริษัทได้บูรณาการประเด็นความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเข้ากับกระบวนการบริหารความเสี่ยงขององค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) โดยมีขั้นตอนดังนี้
การระบุความเสี่ยง
การประเมินความเสี่ยง
การจัดลำดับความสำคัญ
การกำหนดมาตรการบริหารจัดการ
การติดตามและรายงาน
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
บริษัทฯ ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลด้านสภาพภูมิอากาศโดยอ้างอิงตามคำแนะนำ ของ Task Force on Climate-related Financial Disclosures (TCFD) ใน 4 เสาหลัก (Governance, Strategy, Risk Management, Metrics & Targets) และเตรียมความพร้อมในการดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรฐาน IFRS S2 Climate-related Disclosures ที่ออกโดย International Sustainability Standards Board (ISSB) ภายใต้กรอบเวลาที่ ก.ล.ต. ประเทศไทย จะกำหนดบังคับใช้ในอนาคต
โครงสร้างการกำกับดูแลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Governance Structure)

บทบาทหน้าที่
- คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่กำหนดทิศทางและนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของบริษัทฯ พิจารณาอนุมัตินโยบาย Climate Change กลยุทธ์ Net Zero และเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก รวมถึงพิจารณาประเด็นความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศที่มีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
- คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมี คุณพิเศษ จียาศักดิ์ ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผู้รับผิดชอบสูงสุด ด้านการกำกับดูแลประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับคณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่กลั่นกรองและทบทวนนโยบาย กลยุทธ์ และผลการดำเนินงานด้าน Climate Change ก่อนนำเสนอคณะกรรมการบริษัท
- ฝ่ายจัดการ กรรมการผู้อำนวยการ (CEO) นายแพทย์เสถียร ภู่ประเสริฐ เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในการขับเคลื่อนแผนและนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศในระดับฝ่ายจัดการ และแต่งตั้งคุณขมาภรณ์ ธัมพิพิธ รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน (CFO) ดำรงตำแหน่งประธานคณะทำงานพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคณะทำงานมีหน้าที่ติดตาม รายงานความคืบหน้า และผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน และคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อสนับสนุนให้คณะกรรมการบริษัทสามารถกำกับดูแลทิศทางเชิงกลยุทธ์ ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- คณะทำงานการพัฒนธุรกิจอย่างยั่งยืน ดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบาย และแผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน รวมรวมข้อมูล ตัวชี้วัดต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จัดทำรายงานผลการดำเนินงานเสนอผู้บริหารจัดทำ One Report ส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อเปิดเผยต่อสาธารณะ สร้างความรู้ความเข้าใจด้าน ESG แก่บุคลากร
ความถี่ของการรายงาน
- รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- รายงานต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปีละ 2 ครั้ง
- รายงานต่อกรรมการผู้อำนวยการ ผ่านการประชุมบริหารความเสี่ยงองค์กร ทุกไตรมาส
- รายงานต่อสาธารณะผ่าน 56-1 One Report รายงานประประจำปี
- รายงานผ่านเว็บไซด์ความยั่งยืน Update กิจกรรมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะบูรณาการตัวชี้วัดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate-related KPIs) เข้าสู่กระบวนการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้อง โดยได้กำหนดให้การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในขอบเขต Scope 1 และ Scope 2 รวมถึง ความคืบหน้าของการดำเนินงานตามแผนมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ภายในปี 2593 เป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลักขององค์กร (KPIs) โดยผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดด้านสภาพภูมิอากาศดังกล่าว จะถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาค่าตอบแทนผันแปรของกรรมการผู้อำนวยการ (CEO) และรองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน (CFO) ในฐานะผู้รับผิดชอบด้านความยั่งยืน ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้อง ตามกรอบนโยบายค่าตอบแทนและการพิจารณาของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งจะถูกกำหนดและ ทบทวนโดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน (NRC) เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบของผู้บริหารในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านความยั่งยืนและสภาพภูมิอากาศของบริษัท
กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
บริษัทได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตาม TCFD และ IFRS S2 โดยอ้างอิงกรอบ IPCC Shared Socioeconomic Pathways (SSPs) ที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจและฐานะทางการเงิน ครอบคลุมการให้บริการทางการแพทย์และการปฏิบัติงานสนับสนุนทั้งหมด โดยกำหนดขอบเขตระยะเวลาการประเมินผลกระทบออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระยะสั้น , ระยะกลาง , และ ระยะยาว

การวิเคราะห์สถานการณ์จำลองสภาพภูมิอากาศ (Climate Scenario Analysis)
บริษัทได้ทำการประเมินสถานการณ์จำลองสภาพภูมิอากาศ (Climate Scenario Analysis) ทั้งความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risks) และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) 2 สถานการณ์หลัก โดยอ้างอิงกรอบมาตรฐาน Taskforce on Climate related Financial Disclosures (TCFD) และ IFRS S2 Climate-related Disclosures เพื่อประเมินผลกระทบของความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศต่อธุรกิจ กลยุทธ์ และการวางแผนทางการเงิน ดังนี้
1. สถานการณ์ SSP1-2.6 (Low Carbon Scenario / Transition Risks)
สถานการณ์ที่โลกสามารถจำกัดอุณหภูมิไม่ให้เพิ่มเกิน 2 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่าตามความมุ่งมั่นในระดับนานาชาติ ซึ่งเน้นหนักไปที่ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (กฎระเบียบและนโยบายคาร์บอนต่ำ)
| ลักษณะสำคัญ | ผลกระทบต่อธุรกิจ | การปรับตัวของบริษัท |
|---|---|---|
|
|
|
2. สถานการณ์ SSP5-8.5 (Business as Usual - BAU / Physical Risks)
สถานการณ์ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส เน้นความเสี่ยงทางกายภาพที่รุนแรง
| ลักษณะสำคัญ | ผลกระทบต่อธุรกิจ | การปรับตัวของบริษัท |
|---|---|---|
|
|
|
กลยุทธ์องค์กร
บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์หลัก 4 ด้าน (4 Pillars Strategy) เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นขององค์กรในระยะยาวในการรับมือกับความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้สถานการณ์จำลองสภาพภูมิอากาศข้างต้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

กลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- ขยายการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) อย่างต่อเนื่อง
- ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ให้เป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานสูง
- วางแผนกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal Carbon Price) ที่ระดับ 450 บาทต่อ tCO₂e เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการประเมินโครงการลงทุนใหม่
- ส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Supply Chain) โดยเริ่มจากคู่ค้าหลัก

กลยุทธ์การปรับตัวและสร้างความยืดหยุ่น
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สามารถรองรับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ เช่น ระบบป้องกันน้ำท่วม
- จัดให้มีระบบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองที่มีเสถียรภาพสูง (Generator) เพื่อรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน
- จัดทำและทดสอบแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) ผ่านการซ้อมสถานการณ์จำลองเป็นประจำทุกปี
- พิจารณาจัดทำประกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กลยุทธ์การแพทย์ยั่งยืนและนวัตกรรม
- พัฒนาระบบให้คำปรึกษาทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) และบริการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (At-home Care) เพื่อลดการเดินทาง
- นำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร
- ส่งเสริมระบบข้อมูลสุขภาพดิจิทัล (Digital Health) และการใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดการใช้กระดาษ
- ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อการเยียวยา (Healing Environment) โดยเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กลยุทธ์การมีส่วนร่วมและธรรมาภิบาล
- ดำเนินนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Procurement Policy)
- ขับเคลื่อนโครงการ PR9 GO Green และ Care the Bear เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ
- เปิดเผยข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามกรอบการรายงานสากล เช่น TCFD และ GRI
- กำหนดตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental KPIs) และเชื่อมโยงกับระบบค่าตอบแทนผู้บริหาร
กลยุทธ์ข้างต้นไม่เพียงแต่เป็นการตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ตามกรอบ TCFD เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Operational Efficiency) และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ป่วยและนักลงทุนว่า บมจ. โรงพยาบาลพระรามเก้า เป็นสถานพยาบาลชั้นนำที่พร้อมเติบโตควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
การบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้านสภาพภูมิอากาศ
ผลการประเมินความเสี่ยงและโอกาสตามกรอบ TCFD และ IFRS S2
บริษัทฯ ได้ดำเนินการวิเคราะห์สถานการณ์ภูมิอากาศภายใต้สมมติฐาน SSP1-2.6 (Low Emission Scenario) : สถานการณ์ที่โลกสามารถจำกัดอุณหภูมิไม่ให้เพิ่มเกิน 2 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า ตามความมุ่งมั่นในระดับนานาชาติ ซึ่งเน้นหนักไปที่ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (ในด้านกฎระเบียบและนโยบายคาร์บอนต่ำ) และ SSP5-8.5 (High Emission Scenario) : สถานการณ์ที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเน้นความเสี่ยงทางกายภาพที่รุนแรง โดยมีผลการประเมินความเสี่ยง ดังนี้
| ประเภทความเสี่ยง (Risk Category) | ประเด็นความเสี่ยง (Risk Issue) | รายละเอียดและปัจจัยที่กระทบต่อธุรกิจ (Details and Factors Affecting the Business) | ผลกระทบทางการเงิน (Financial Impact | กลยุทธ์การบริหารจัดการความเสี่ยง (Management Strategy) |
|---|---|---|---|---|
| ความเสี่ยงจากผลกระทบทางกายภาพ (Physical Risk) | ภัยพิบัติแบบฉับพลัน (Acute Risk) (ความเสี่ยงสูง) |
|
|
กลยุทธ์การบรรเทาผลกระทบ (Mitigation Strategy)
|
| ภัยพิบัติแบบค่อยเป็นค่อยไป (Chronic Risk) (ความเสี่ยงสูง) |
|
|
||
| ความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจ(Transition Risk) | นโยบายและกฎหมาย (Policy & Legal) ภาษีคาร์บอน กฎระเบียบด้านพลังงาน (ความเสี่ยงสูง) | ช้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น เช่น ภาษีคาร์บอน และเกณฑ์การประหยัดพลังงานในอาคารควบคุม | ต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมาย: ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบควบคุมมลพิษและการรายงานข้อมูล ภาษีคาร์บอน: หากมีการจัดเก็บ (Internal Carbon Price) จะมีภาระต้นทุนเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านบาท/ปี หากไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซฯ ได้ |
|
| ตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค (Market) (ความเสี่ยงต่ำ) | ผู้รับบริการให้ความสำคัญกับโรงพยาบาลที่มีนโยบายรักษ์โลก (Green Hospital) และเลือกใช้บริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | การสูญเสียโอกาสทางการตลาด: ความเสี่ยงในการสูญเสียผู้ป่วยหากภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนไม่ชัดเจน | ||
| เศรษฐกิจและพลังงาน (Economic) (ความเสี่ยงสูง) | ความผันผวนของราคาพลังงานสะอาดและราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลก | ความผันผวนของต้นทุน: ราคาไฟฟ้าและค่าขนส่งเวชภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น | ||
| เทคโนโลยี (Technology) (ความเสี่ยงสูง) | ความจำเป็นในการลงทุนในนวัตกรรมใหม่ทางการแพทย์ และ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน | การเข้าถึงแหล่งเงินทุน: เงื่อนไขการกู้ยืมจากสถาบันการเงินที่เน้นเกณฑ์ ESG (Green Loan) |
การประเมินโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตาม TCFD และ IFRS S2
| ประเภทโอกาส (Opportunity Category) | คำอธิบาย (Description) | รายละเอียดและแนวทางการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับโอกาส (Details and Approaches to Seize Opportunities) | ผลกระทบเชิงบวกทางการเงิน (Financial Impact) |
|---|---|---|---|
| การพัฒนานวัตกรรมการบริการที่ตอบโจทย์เทรนด์ผู้ใช้บริการควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (โอกาสสูง) | การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์และรูปแบบการบริการสมัยใหม่ที่ลดการใช้ทรัพยากรและการเดินทาง เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม |
|
|
| การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อ ความยั่งยืน (โอกาสปานกลาง) | การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียว อาทิ เงินกู้ยืม ตราสารหนี้ และการออกหุ้นกู้จากภาคธนาคารและตลาดทุน มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น และช่วยลดต้นทุนทางการเงินของบริษัท | ปรับกลยุทธ์มุ่งสู่การเป็น AI-driven hospital ด้วยการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ มาประยุกต์ใช้อย่างเต็มศักยภาพ ควบคู่กับการให้ความสำคัญด้านความยั่งยืน และการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ |
|
ผลการดำเนินงานการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิปี 2565-2568
-
SCOPE I และ II -0.4%
-
SCOPE III +12.6%
-
Total +5.3%
-
SCOPE I และ II +7.3%
-
SCOPE III +16.2%
-
Total +11.3%
อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อวันนอนผู้ป่วยรวม
-
SCOPE I และ II -3.7%
-
SCOPE III +8.9%
-
Total +1.9%
-
SCOPE I และ II +15.8%
-
SCOPE III +25.4%
-
Total +20.2%
อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อรายได้รวม
-
SCOPE I และ II -12.6%
-
SCOPE III -1.1%
-
Total -7.5%
-
SCOPE I และ II -16.6%
-
SCOPE III -9.7%
-
Total -13.5%
ในการดำเนินงานการวัดผลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก บริษัทได้กำหนดให้ปี 2565 เป็นปีฐานในการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการเปิดเผยข้อมูล โดยครอบคลุมอาคารปฏิบัติการจำนวน 4 อาคารประกอบด้วย อาคาร A อาคาร O อาคาร B และอาคาร D โดยได้คำนวณในสามรูปแบบ ได้แก่ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิตามวิธี Absolute Emission ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อวันนอนผู้ป่วยรวมตามวิธี Economic Intensity Approach และในปีนี้ได้มีการเพิ่มเติมการเปิดเผย ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อรายได้รวม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหน่วยชี้วัดสำหรับการเปิดเผยให้สอดคล้องต่อการเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจกในระดับสากลอย่าง (Global Report Initiative: GRI) มากยิ่งขึ้น โดยการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้รับการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ต่อเนื่องมาเป็นปีที่สี่

โดยในผลการดำเนินงานของปี 2568 เทียบกับปีฐาน 2565
- บริษัทมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.3
- ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อวันนอนผู้ป่วยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.2
- ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อรายได้รวมลดลงร้อยละ 13.5
- จำแนกการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปี 2568
- Scope I เท่ากับ 604 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
- Scope II เท่ากับ 6,213 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
- Scope III เท่ากับ 6,072 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ในปี 2568 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม (GHG) เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.3 เมื่อเทียบกับปีฐาน โดยมีสาเหตุหลักจากการขยายการให้บริการทางการแพทย์และจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับบริการเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อรายได้รวมยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงประสิทธิผลของมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทฯ
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 ตามหมวดหมู่
| หมวดหมู่ | GHG (tCO2e) | หมายเหตุ | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|
| 2565 | 2566 | 2567 | 2568 | |||
| 1. | การจัดซื้อสินค้าและบริการ | 1,035.42 | 1,030.91 | 1,036.05 | 1,090.76 | |
| 2. | สินค้าทุน | 95.32 | 81.89 | 96.07 | 778.63 | จำนวนเงินที่ใช้การซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์สูงขึ้น และมีการปรับเปลี่ยนค่า EF ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด |
| 3. | กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงและพลังงาน | 1,197.33 | 1,243.89 | 1,284.00 | 1,090.66 | |
| 4. | การขนส่งและการกระจายสินค้า (ต้นน้ำ) | 66.35 | 37.42 | 129.8 | 177.84 | |
| 5. | ของเสียจากการดำเนินงาน | 717.43 | 272.79 | 643.58 | 623.33 | |
| 6. | การเดินทางที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ | 2.87 | 8.79 | 8.75 | 15.87 | |
| 7. | การเดินทางมาทำงานของพนักงาน | 2,881.23 | 1,203.89 | 1,817.98 | 656.73 | มีผู้ตอบแบบสอบถามการเดินทางต่างจากเดิม โดยมีรูปแบบการเดินทางด้วยการเดินและการใช้รถจักรยานยนต์สูงขึ้น (รถส่วนตัวน้อยลง) |
| 8. | สินทรัพย์เช่า (ต้นน้ำ) | 38.45 | 22.36 | 10.62 | 9.69 | |
| 9. | การขนส่งและการกระจายสินค้า (ปลายน้ำ) | 2,261.94 | 2,325.94 | 2,417.73 | 2,699.92 | |
| 10. | การแปรรูปสินค้าที่ขาย | ไม่เกี่ยวข้อง | ไม่เกี่ยวข้อง | ไม่เกี่ยวข้อง | ไม่เกี่ยวข้อง | |
| 11. | การใช้ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย | 0.14 | 0.05 | 0.13 | 0.18 | |
| 12. | การจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้งาน | 12.13 | 42.23 | 10.87 | 10.62 | |
| 13. | สินทรัพย์เช่า (ปลายน้ำ) | 916.42 | 786.50 | 801.47 | 795.91 | |
| 14. | แฟรนไชส์ | ไม่เกี่ยวข้อง | ไม่เกี่ยวข้อง | ไม่เกี่ยวข้อง | ไม่เกี่ยวข้อง | |
| 15. | การลงทุน | 0.03 | 0.03 | 0.03 | 0.03 | |
ทั้งนี้ บริษัทได้ประเมินตามแนวทางขององค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (อบก.) โดยข้อมูลได้รับการทวนสอบจากบริษัท LRQA (Thailand) Limited สำหรับปี 2565–2567 และจากบริษัท NPC Safety and Environmental Service Co., Ltd. สำหรับปี 2568
| การใช้ก๊าซ (หน่วย : KG) | 2565 | 2566 | 2567 | 2568 |
|---|---|---|---|---|
| Nitrous Oxides (Nox) | 250 | 300 | 275 | 825 |
| Sulphur Oxide (Sox) | 0 | 0 | 0 | 0 |
| Volatile Organic Compounds (VOCs) | 0 | 0 | 0 | 0 |
แนวทางพัฒนาและจัดการปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ผลลัพธ์จากการประชุมรัฐภาคีภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) ครั้งที่ 28 หรือ COP28 ได้เพิ่มแรงกดดันและเร่งการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจเร่งการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งมีเป้าหมายในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในศตวรรษนี้ให้น้อยกว่า 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม และพยายามรักษาการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส
เส้นทางสู่ Net Zero (Net Zero Pathway)
บริษัทฯ มีการตั้งเป้าหมายการดำเนินงานครอบคลุมทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ผ่านการกำหนดกลยุทธ์ทางด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สอดคล้องตามมาตรฐานสากล TCFD, SBTi, IFRS S1 และ S2 มาใช้ในการกำกับดูแล วางกลยุทธ์ และจัดทำแผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้เห็นถึงการปรับตัวต่อผลลัพธ์อย่างทันท่วงทีและต่อยอดไปถึงความยั่งยืนระยะยาวได้ในที่สุด
ดูภาพใหญ่ เป้าหมาย : ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ (Scope 1, 2 และ 3) ร้อยละ 5 เทียบจากปีฐาน 2565
- ติดตั้งระบบ Solar Rooftop สำหรับอาคาร B และ C (อยู่ระหว่างดำเนินการ)
- ปรับเปลี่ยนระบบทำความเย็นในอาคาร B จาก Split Type เป็น Chiller Water System เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
- ติดตั้งระบบ VRV ทดแทน Split Type ในอาคาร A เพื่อลดการใช้พลังงาน
- ติดตั้งระบบ Solar Cell สำหรับระบบบำบัดน้ำเสีย
- ศึกษาแนวทางเข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจของประเทศไทย (T-VER)
- ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการ Science Based Targets initiative (SBTi Commitment)
เป้าหมาย : ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ (Scope 1, 2 และ 3) ร้อยละ 40 เทียบจากปีฐาน 2565
- เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนผ่าน Solar Energy และ Renewable Energy Certificate (REC) / Power Purchase Agreement (PPA)
- ปรับเปลี่ยนสารทำความเย็นเป็นชนิด Low GWP (Global Warming Potential) ทั่วทั้งองค์กร
- ประกาศใช้นโยบาย Green Procurement Policy เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 3 พร้อมดำเนินโครงการ Supplier Decarbonization
- ติดตั้งระบบ Building Management System (BMS) อย่างครบวงจรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการพลังงาน
- ได้รับการรับรองเป้าหมายระยะสั้นจาก SBTi (SBTi Near-term Target)
- จัดทำแผน Decarbonization Roadmap ฉบับสมบูรณ์
เป้าหมาย : ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ (Scope 1, 2 และ 3) มากกว่าร้อยละ 90 (Net Zero 2050)
- ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ในทุกอาคาร เพื่อทดแทนการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล
- ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว เช่น LEED หรือ TREES
- ชดเชยการปล่อยคาร์บอนส่วนที่เหลือผ่านโครงการ Carbon Removal เช่น โครงการปลูกป่า ภายใต้มาตรฐาน T-VER
- ได้รับการรับรอง SBTi Long-term Net Zero
- มุ่งสู่การได้รับการรับรอง Net Zero Verification ก่อนปี พ.ศ. 2593

การกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร และการซื้อคาร์บอนเครดิต
บริษัทฯ ได้เริ่มศึกษาการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กรไว้ที่ 450 บาทต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพื่อใช้เป็นเครื่องมือประเมินความคุ้มค่าการลงทุนด้านพลังงานและโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงตามกรอบ TCFD โดยอ้างอิงจากราคาซื้อขายเฉลี่ยในตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจของประเทศไทย (T-VER) ปี 2567 ซึ่งมีการปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของภาคเอกชนในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยช่วงราคาในปี 2567 อยู่ที่ 400 ถึง 600 บาท ต่อตันคาร์บอน เพื่อใช้เป็นหนึ่งในแนวทางในการประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียว และเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายภาษีคาร์บอนในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาการจัดซื้อคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจในประเทศไทย จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) เพื่อนำมาชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในส่วนที่ไม่สามารถลดได้ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน (Residual Emissions) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานบริหารความเสี่ยงและนโยบายความยั่งยืนของบริษัท โดยข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะถูกนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจวางกลยุทธ์ในการจัดการคาร์บอนเครดิต ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดซื้อ การจำหน่าย หรือการพัฒนากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว


