เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เป้าหมาย

ร้อยละ 100 ของคู่ค้าในกลุ่ม Critical Tier 1 ลงนามรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้า
ร้อยละ 100 ของคู่ค้าในกลุ่ม Critical Tier 1 และ Critical Non-Tier 1 ผ่านการประเมินตนเอง (Self-Assessment) ด้านความยั่งยืน ครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ
ไม่พบเหตุการณ์ ด้านปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Product Quality Incidents) ที่มีสาเหตุมาจากคู่ค้า

ผลการดำเนินงานในปี 2568

คู่ค้าครบ
ร้อยละ 100
ได้รับการสื่อสารและลงนามรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้า
ไม่มี
คู่ค้ารายใดที่ไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าของบริษัทฯ
คู่ค้าส่วนใหญ่ ผลประเมินอยู่ใน
ระดับ A
ทั้งคู่ค้าในหมวดยาและเวชภัณฑ์ และหมวดสินค้าทั่วไป
ไม่พบเหตุการณ์
ด้านปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Product Quality Incidents) ที่มีสาเหตุมาจากคู่ค้า

ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) เป็นฟันเฟืองสำคัญที่กำหนดคุณภาพการรักษาและประสิทธิภาพของการบริการ

ห่วงโซ่อุปทานในการประกอบธุรกิจโรงพยาบาลของบริษัทฯ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดซื้อ ยา, เวชภัณฑ์, เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยไปจนถึงการบริการสนับสนุนต่าง ๆ โดยบริษัทฯ ยึดมั่นในการบริหารจัดการอย่าง โปร่งใส มีจริยธรรม และมีความรับผิดชอบ ตลอดทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกสิ่งที่นำมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยมีคุณภาพสูงสุดและมาจากแหล่งที่มาที่ยั่งยืน

แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า

กลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่มีธรรมาภิบาลและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์การบริหารห่วงโซ่อุปทานครอบคลุม 5 ด้านสำคัญ ดังนี้

ผลการดำเนินงานปี 2568 คู่ค้าในกลุ่ม Critical Tier 1
ร้อยละ 100
ได้ลงนามรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้า
การแสดงความมุ่งมั่นและจรรยาบรรณ

บริษัทฯ ประกาศความมุ่งมั่นในการบริหารห่วงโซ่อุปทานตามหลักธรรมาภิบาล โดยกำหนดนโยบายให้คู่ค้าหลักทุกรายลงนามรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านคอร์รัปชัน นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้คู่ค้าเข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชัน (CAC) เพื่อสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมร่วมกัน สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 คู่ค้าในกลุ่ม Critical Tier 1 ร้อยละ 100 ได้ลงนามรับทราบจรรยาบรรณคู่ค้า นอกจากนี้ บริษัทมีนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (Sustainable Procurement Policy) ที่กำหนดให้การคัดเลือกคู่ค้าต้องพิจารณาปัจจัยด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) ควบคู่ไปกับคุณภาพและราคา โดยพิจารณาในประเด็นดังนี้

  • สิ่งแวดล้อม (Environmental): การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ, การจัดการของเสียและมลพิษ, การบริหารจัดการน้ำ, และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • สังคม (Social): สิทธิมนุษยชน, แรงงาน, การจ้างงานที่เป็นธรรม, และสุขภาพความปลอดภัยของแรงงานและชุมชน
  • ธรรมาภิบาล (Governance): การต่อต้านทุจริต, การป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน, และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทางการแพทย์

โดยจะพิจารณาควบคู่ไปกับคุณภาพและราคาด้วย ทั้งนี้ จะมีการสื่อสารนโยบาย นอกจากการเผยแพร่ไว้บนเว็บไซต์ให้คู่ค้าและสาธารณชนรับทราบแล้ว ยังมีการอบรมพนักงานผู้รับผิดชอบในการจัดซื้อ/จัดจ้างทุกคนด้วย

ในปี 2568 คู่ค้าส่วนใหญ่ ผลประเมินอยู่ใน
ระดับ A
ทั้งคู่ค้าในหมวดยาและเวชภัณฑ์ และ หมวดสินค้าทั่วไป
การประเมินและพัฒนาคู่ค้า

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินคู่ค้าประจำปีครอบคลุมทั้งด้านคุณภาพ การบริการ และประสิทธิภาพการดำเนินงานด้าน ESG โดยใช้แบบประเมินตนเอง (Self-Assessment Checklist) เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้ามีความสามารถและมาตรฐานที่สอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืนของโรงพยาบาล

  • การประเมินตนเอง (Self-Assessment): ในปี 2568 คู่ค้าหลักของบริษัท (Critical Suppliers) ทั้งหมดร้อยละ 100 ได้รับการประเมินตนเองด้านความยั่งยืนประจำปีและผ่านเกณฑ์ โดยผลการประเมินอยู่ในระดับ A ทั้งคู่ค้าในหมวดยาและเวชภัณฑ์ และหมวดสินค้าทั่วไป ทั้งนี้ ไม่มีคู่ค้ารายใดที่ไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณคู่ค้าของบริษัทฯ
  • การพัฒนาศักยภาพ: บริษัทฯ จัดให้มีการอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของคู่ค้าและพนักงานของบริษัทคู่สัญญา (Outsource) อย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 ได้มีการจัดอบรม การจัดการความปลอดภัย Emergency Code, Facility Management and Safety (FMS), แนวทางการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค (Infection Control), การจัดการสารเคมี สารปรอท การจัดเก็บสารคัดหลั่ง การใช้น้ำยาทำความสะอาด และการป้องกันการพลัดตกหกล้ม โดยในปี 2568 มีผู้เข้าร่วมการอบรมเป็นพนักงานแม่บ้านของบริษัทฯ ร้อยละ 88 และพนักงานแม่บ้านคู่สัญญา ร้อยละ 90

นอกเหนือจาก การฝึกอบรมให้กับพนักงานของบริษัทคู่สัญญาแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของ คู่ค้า ในมิติด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมความรู้และสร้างความตระหนักรู้ให้แก่คู่ค้าในประเด็น ด้านสิทธิมนุษยชนการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม การดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน ตลอดจนการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อให้คู่ค้าสามารถนำไปประยุกต์ใช้และยกระดับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน

การประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ร่วมกัน

บริษัทฯ วางแผนและทำงานร่วมกับคู่ค้าอย่างใกล้ชิดในการรับประกันคุณภาพยาและเวชภัณฑ์ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่แหล่งผลิตจนถึงจุดบริการ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยในปี 2568 ไม่พบเหตุการณ์ปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่มีสาเหตุมาจากคู่ค้า

การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG

การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG อย่างเป็นระบบและการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ (Due Diligence) : บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับคู่ค้าตามหลัก ESG อย่างครอบคลุมทุกระดับ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับในห่วงโซ่อุปทานมีมาตรฐานที่สอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืนของโรงพยาบาล

การตรวจสอบคู่ค้ารายใหม่

ดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะ (Due Diligence) สำหรับคู่ค้ารายใหม่ทุกราย ก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก เพื่อคัดกรองประวัติ การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน (เช่น สิทธิมนุษยชนและแรงงาน) การปฏิบัติตามจริยธรรมธุรกิจ และ การปฏิบัติตามหลักการด้านสิ่งแวดล้อม ESG ตั้งแต่ต้นทาง ก่อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน เพื่อควบคุมและลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ผลการดำเนินการในปี 2568 คู่ค้ารายใหม่ทุกรายต้องผ่าน ESG Due Diligence ก่อนขึ้นทะเบียนร้อยละ 100

การประเมินคู่ค้าปัจจุบัน

บริษัท กำหนดเกณฑ์ระบุคู่ค้ารายสำคัญที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของโรงพยาบาล โดยการจัดกลุ่มใช้ข้อมูลมูลค่าการจัดซื้อ ความสำคัญของสินค้า/บริการ และความเสี่ยงด้านคุณภาพ/สิ่งแวดล้อม/สังคม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

  • Critical Tier 1: คู่ค้าสำคัญโดยตรง ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด หรือ มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพ /ความปลอดภัยของการบริการหลัก เช่น ยา และ เวชภัณฑ์ : มีจำนวน 30 ราย (จัดซื้อทั่วไป 15 ราย, จัดซื้อยา15 ราย) คิดเป็นสัดส่วนมูลค่าการซื้อรวมร้อยละ 53.79 และ 40.83 ตามลำดับ ได้รับการประเมินความเสี่ยงครบร้อยละ 100
  • Critical Non-Tier 1: คู่ค้าสำคัญโดยอ้อม ที่ส่งมอบสินค้า/บริการให้คู่ค้ารายสำคัญในการดำเนินงาน : มีจำนวน 30 ราย (จัดซื้อทั่วไป 15 ราย, จัดซื้อยา 15 ราย) ได้รับการประเมินความเสี่ยงครบร้อยละ 100 โดยประเมินความเสี่ยง ESG ผ่าน Self-Assessment และ ติดตามผ่านช่องทางร้องเรียน (Grievance Mechanism) ที่เปิดให้คู่ค้า ชุมชน หรือ บุคคลที่สาม แจ้งปัญหาได้ทางสายด่วน 1270 หรือเว็บไซต์ หรืออีเมล procurement@praram9.com เพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
การติดตามผลการประเมินความเสี่ยงปี 2568

โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกและพัฒนาคู่ค้าที่มีศักยภาพ พร้อมทั้งดำเนินการติดตามและประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าทุกรายดำเนินงานตามมาตรฐานที่กำหนด ครอบคลุมทั้งด้านคุณภาพสินค้าและบริการ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ

ผลการดำเนินการ
คู่ค้ากลุ่ม Critical Tier 1 และ Critical Non-Tier 1 ได้รับ การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ครบ
ร้อยละ 100
จากผลการประเมินและการตรวจติดตาม ไม่พบประเด็น ความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ (Significant Risk) และไม่พบความไม่สอดคล้องกับมาตรฐานหรือจรรยาบรรณคู่ค้า
การตรวจประเมิน ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน
ในปี 2568 โรงพยาบาลพระรามเก้าได้ดำเนินการตรวจประเมินคู่ค้ารายสำคัญ จำนวน
2 ราย
ได้แก่ บริษัท ไทยโอตสุกะ ฟาร์มาซูติคอล จำกัด และ บริษัท มาสเตอร์ ลอนดรี้ จำกัด ด้วยการเยี่ยมชมสถานที่จริง (Physical Inspection Audits) เพื่อประเมินศักยภาพการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
ความโปร่งใสและการตรวจสอบได้

บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างและกระบวนการบริหารห่วงโซ่อุปทาน อย่างโปร่งใสพร้อมทั้งมีช่องทางรับข้อร้องเรียนและแจ้งเบาะแส (Whistleblowing Channel) สำหรับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม รวมถึง คู่ค้าและชุมชน โดยสามารถติดต่อได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของบริษัท

บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า การดำเนินการตามกลยุทธ์ทั้ง 5 ด้านนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านจริยธรรม คุณภาพ และการดำเนินงาน พร้อมทั้งสร้างความยั่งยืนและคุณค่าร่วมกันตลอดห่วงโซ่อุปทานของเราได้อย่างมั่นคง


การระบุคู่ค้ารายสำคัญ

บริษัทมีการกำหนดเกณฑ์ในการระบุคู่ค้ารายสำคัญ เพื่อวิเคราะห์ และกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสม รวมถึงการประเมินความเสี่ยง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดจ้าง

1. คู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Critical Tier 1)

พิจารณาตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีความสำคัญ

  • ประเภทสินค้าและบริการทั่วไป โดยคัดเลือกจากคู่ค้าที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในแต่ละปี จำนวน 15 ราย
  • ประเภทยาและเวชภัณฑ์ โดยคัดเลือกจากคู่ค้าที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในแต่ละปี จำนวน 15 ราย

หลักเกณฑ์ระบุคู่ค้ารายสำคัญ

  • คู่ค้าที่จำหน่ายยาและวัสดุการแพทย์ หรือสินค้าและบริการให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่อง
  • คู่ค้าที่มีการจัดซื้อจัดจ้างมูลค่าสูงหรือปริมาณมาก
  • คู่ค้าที่มีน้อยรายและเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการที่หาคู่ค้าอื่นทดแทนได้ยาก
2. คู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Critical Non-Tier 1)

โดยคัดเลือกจากคู่ค้าที่จัดหาสินค้า บริการให้คู่ค้ารายสำคัญ


การบริหารจัดการคู่ค้า

บริษัทให้ความสำคัญในการพัฒนาและบริหารจัดการคู่ค้าให้มีแนวปฏิบัติที่เป็นไปในแนวทางเดียวกันในการปฏิบัติตามกฎหมายและพัฒนาการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของคู่ค้า โดยการประเมินคู่ค้ารายสำคัญและคู่ค้าทั้งหมด อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามแผนการพัฒนาและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของคู่ค้า นำไปสู่การลดความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ดังนี้

ผลการดำเนินงานในปี 2568

การคัดกรองคู่ค้า หน่วย จัดซื้อทั่วไป จัดซื้อยาและเวชภัณฑ์
จำนวนคู่ค้าทั้งหมด ราย 398 527
จำนวนคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Critical Tier 1) ราย 15 15
มูลค่าการจัดซื้อจัดหาสินค้า และบริการทั้งหมด ล้านบาท 921.51 673.3
มูลค่าการจัดซื้อจัดหาสินค้า และบริการคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง ล้านบาท 495.71 274.8
สัดส่วนมูลค่าการซื้อจากคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง % 53.79 40.83
จำนวนคู่ค้าที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง ราย 45 45
จำนวนคู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง (Critical Non-Tier 1) ราย 15 15
การรับทราบและลงนามจรรยาบรรณคู่ค้า หน่วย จัดซื้อทั่วไป จัดซื้อยาและเวชภัณฑ์
จำนวนคู่ค้าที่ครอบคลุม และได้รับการสื่อสารจรรยาบรรณคู่ค้า ราย 15 10
จำนวนคู่ค้าที่ลงนามตอบรับจรรยาบรรณคู่ค้า ราย 15 10
สัดส่วนคู่ค้าที่ลงนามตอบรับจรรยาบรรณคู่ค้า % 100 100

โดยมีระยะเวลาชำระสินเชื่อทางการค้าเฉลี่ยปี 2568 ที่
30 วัน

ความรับผิดชอบต่อคู่ค้า

นอกเหนือจากกระบวนการคัดเลือกคู่ค้าที่โปร่งใสและเป็นธรรมแล้ว บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับนโยบายการชำระสินเชื่อทางการค้าที่เป็นธรรม โดยมีการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานระยะเวลาชำระสินเชื่อทางการค้าที่ชัดเจน เพื่อเสริมสร้างสภาพคล่องและความมั่นคงทางการเงินให้แก่คู่ค้า และมีระบบการตรวจสอบการจ่ายชำระเงินเพื่อสร้างความโปร่งใสและมั่นคงทางการเงินให้แก่คู่ค้า

กลไกการร้องเรียน

คู่ค้า พนักงาน หรือบุคคลภายนอกสามารถแจ้งข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน ผ่านช่องทางของโรงพยาบาล ได้แก่ : procurement@praram9.com, สายด่วน 1270 หรือ แบบฟอร์มออนไลน์ โดยทุกข้อร้องเรียนจะได้รับการรับทราบภายใน 5 วันทำการ และดำเนินการสืบสวนตามกรอบเวลาและแจ้งผลภายใน 30 วัน (หากต้องใช้เวลาเพิ่มเติมจะแจ้งเหตุผลและระยะเวลาแก่ผู้ร้องเรียน)

มาตรการจัดการกรณีคู่ค้าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด

บริษัทกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ในกรณีที่ผลการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ของคู่ค้าไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน หรือพบว่าคู่ค้าไม่มีการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า โดยมีขั้นตอนดำเนินการดังนี้

การแจ้งผลและขอให้แก้ไข บริษัทจะแจ้งผลการประเมินให้คู่ค้ารับทราบ และให้คู่ค้าจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขข้อบกพร่อง พร้อมระบุแนวทางและระยะเวลาดำเนินการที่ชัดเจน ส่งกลับมายังบริษัทภายในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 30-60 วัน)
การติดตามผล (Monitoring & Follow-up): บริษัทจะติดตามความคืบหน้าจนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขเสร็จสิ้น และ อาจพิจารณาลงพื้นที่เข้าตรวจเยี่ยม (On-site Audit) เพื่อยืนยันผลการแก้ไข
มาตรการขั้นเด็ดขาด (Consequence Management): หากเป็นกรณีร้ายแรง หรือ คู่ค้าฝ่าฝืนซ้ำซ้อน หรือพบว่า คู่ค้าเพิกเฉยไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ หรือ พบการละเมิดขั้นร้ายแรง (เช่น การใช้แรงงานผิดกฎหมาย การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง การทุจริตคอร์รัปชัน) บริษัทอาจจะพิจารณาระงับการสั่งซื้อชั่วคราว หรือ ลด volume ระงับการทำสัญญาใหม่ หรือ ยกเลิกสัญญา ทันที เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อห่วงโซ่อุปทานและรักษามาตรฐานความยั่งยืนของโรงพยาบาล 

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

คู่ค้า
คู่ค้า
พนักงาน
พนักงาน
ผู้รับบริการ
ผู้รับบริการ
ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
ชุมชนและสังคม
ชุมชนและสังคม