การพัฒนานวัตกรรม
เป้าหมายและผลการดำเนินงาน
เป้าหมาย
ผลการดำเนินงานในปี 2568
ความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ
บริษัทมุ่งมั่นสู่การเป็นศูนย์รวมด้านการดูแลสุขภาพที่ทันสมัย และได้รับความไว้วางใจมากที่สุด โดยตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานอย่างสมดุลและยั่งยืน (Balanced and Sustainable Development) ผ่านการผสานรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับศักยภาพและความเชี่ยวชาญของบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง
นวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญในการบรรลุความยั่งยืน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสุขภาพที่นวัตกรรมไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันระยะยาว บริษัทจึงมุ่งมั่นทุ่มเททรัพยากรและองค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์สู่การเป็น “AI-Driven Hospital” โดยบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับทุกมิติของการดำเนินงาน ภายใต้กรอบธรรมาภิบาลข้อมูลที่เข้มงวดและคำนึงถึงจริยธรรม เพื่อให้บุคลากรมืออาชีพสามารถมอบทางเลือกที่ดีที่สุดและคุ้มค่าให้กับผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุด การดำเนินงานด้านนวัตกรรมของบริษัทสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 3: สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี และ SDG 9: อุตสาหกรรม นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน
แนวทางการบริหารจัดการและการสร้างคุณค่า
บริษัทฯ มีการบริหารจัดการเทคโนโลยีและธรรมาภิบาลข้อมูล (Technology Governance & Data Privacy) เพื่อให้มั่นใจว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นไปอย่างปลอดภัย และกำหนดมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวด ด้านการคุ้มครองข้อมูลและจริยธรรม (Data Privacy & Ethics) โดยบูรณาการ 3 มิติหลัก ได้แก่ คน (People), กระบวนการ (Process), และเทคโนโลยี (Technology) ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้พัฒนานวัตกรรมดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ (Access to Healthcare) ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ภายใต้แนวคิด “ยกโรงพยาบาลมาไว้ที่บ้าน” (Decentralized Healthcare)
โครงการ Smart Hospital (9SMART Platform)
โรงพยาบาลพระรามเก้า วางรากฐานสำหรับการยกระดับบริการด้วยการออกแบบกระบวนการให้บริการใหม่ (Service Design) ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการ และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี (Digital Infrastructure) เพื่อรองรับบริการดิจิทัลในอนาคต มุ่งสู่การเป็น Digital Hospital ผ่านการดำเนินงานด้าน Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการปรับ 3 องค์ประกอบหลักขององค์กร

1. คน
- การพัฒนาทักษะ: ยกระดับทักษะดิจิทัล (Digital Skills) ให้แก่บุคลากรทุกระดับ
- วัฒนธรรมองค์กร: สร้างวัฒนธรรม "C.A.T Culture" (Collaboration, Agility, Trust) ส่งเสริมการทำงานข้ามสายงาน ลดการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) ภายใต้แนวคิด "Move Fast, Fail Fast, No Blame" เพื่อเปิดโอกาสให้ทดลองแนวคิดใหม่และเรียนรู้จากความผิดพลาดอย่างสร้างสรรค์
- โครงการ Lean: นำแนวคิด Lean Project มาใช้ทั้งองค์กร โดยให้บุคลากรทุกสายงานมีส่วนร่วมวิเคราะห์และพัฒนาโครงการของหน่วยงานตนเอง เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยมีผู้บริหารระดับสูงสนับสนุนและร่วมลงมือทำอย่างใกล้ชิด
2. กระบวนการทำงาน
- Process Redesign: ปรับกระบวนการทำงานให้เอื้อต่อการทำงานร่วมกันและการตัดสินใจแบบมีส่วนร่วม โดยยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง (Patient-Centric)
- ประสิทธิภาพองค์กร: ลดการทำงานแบบแยกส่วนและงานซ้ำซ้อน กำหนดกติกาและตัวชี้วัดร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม
3. เทคโนโลยี
- Digital Support: นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนเพื่อลดขั้นตอนการทำงานแบบ Manual (เช่น การกรอกข้อมูลซ้ำและการใช้เอกสารกระดาษ) และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระบบ (เวชระเบียน, นัดหมาย, ระบบคิว) แบบเรียลไทม์
- การขยายผล: เริ่มต้นจากโครงการนำร่อง Smart Check-up ที่ศูนย์ตรวจสุขภาพ ซึ่งช่วยลดเวลารอคอยและความแออัดจนได้รับการยอมรับในระดับอุตสาหกรรม และขยายผลสู่การให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD) ทุกแผนก ภายใต้โครงการ Smart Hospital
การพัฒนาแพลตฟอร์ม 9SMART บน LINE Official Account (@Praram9hospital) ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมต่อทุกขั้นตอนการรักษาอย่างไร้รอยต่อ (Seamless) ตั้งแต่ก่อนมาโรงพยาบาล ระหว่างรับบริการ และหลังกลับบ้าน โดยมีหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
กระบวนการให้บริการ (Patient Journey) ภายใต้ "9Smart"

ผลลัพธ์การดำเนินงาน
ลดขั้นตอนการให้บริการผู้ป่วยนอก (OPD) จาก 7 ขั้นตอน
(ลดลง 43%)
ลดเวลาการลงทะเบียนผู้ป่วยใหม่ จาก 15-20 นาที
(รวดเร็วขึ้น 90%)
เพิ่มอัตราการมาตามนัด (Show-up Rate) จาก 83%
ความพึงพอใจ
ของผู้ใช้งานพึงพอใจต่อระบบ (ฟังก์ชันยอดนิยมคือ การนัดหมายแพทย์, การดูผลตรวจ, และ Mobile Check-in)
การเข้าถึงเทคโนโลยี กลุ่มผู้สูงอายุ (51 ปีขึ้นไป) คิดเป็น
ของผู้ใช้งาน สะท้อนถึงการเข้าถึงที่ง่ายและเป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ
ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การปรับกระบวนการ OPD เป็นดิจิทัลและยกเลิกเอกสารกระดาษ ช่วยลดการใช้กระดาษได้กว่า
ภายใน 3 ปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ประสิทธิภาพบุคลากร
ทำให้บุคลากรมุ่งเน้นการดูแลผู้รับบริการได้มากขึ้น



